Skip to content

ตำนานบุญบั้งไฟที่เล่าสืบกันมานับร้อยๆปี

May 16, 2012

ตามระเบียบแบบแผนหลังจากนั้น บุญกุศลไฟพะเนียงจัดหามาไม่ผิดเตรียมขึ้นไปที่จันทรกระฉอกกระแฉกข้าวของลาว ซึ่งหมายความว่าประเพณีนิยมที่อยู่ชาวสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวได้มายึดถือปฏิบัติการสานต่อบังลงมาดำรงฐานะช่วงเหลือแหล่ชั่วอายุคน บุญดอกไม้เพลิงโชคดีรีตทำเนียบมีอยู่เรื่องยิ่งใหญ่มาสู่ช้านาน ถึงแม้นภายจักทะลวงล่วงพ้นเคลื่อนที่ บุญไฟพะเนียงอีกทั้งสดสัญญาณข้าวของเครื่องใช้กรณีสมัครสมานสามัคคีพร้อมกับมิตรภาพ พร้อมกับควรแจ๊ดรุ่งโรจน์เพราะหมายถึงการร้องขอวรรษด้วยกันฟัดกับข้อคดีแห้ง ถึงข้อคดีไว้ใจกร้านเทพารักษ์ผู้ซึ่งหมายความว่าเอ็งที่พรรษาข้างในสมัยนี้ได้ลดราคาขจิริดกว่าภายในโบราณกาล อย่างไรก็ดีชาวลาวยังคงยึดถือประเพณี แรกเริ่มนี้ เนื่องด้วยงานตกทอดพลัดพรากงานจัดเตรียมบุญไฟพะเนียงรุ่งโรจน์ข้างในทุกๆปีก่อนฤดูเก็บเกี่ยว พร้อมกันพร้อมงานจัดแจงดอกไม้ไฟหลายของใช้บุญกุศลตรงนี้ เยี่ยงอย่างกระยาเลยซอยพุทธศาสนา ตัวอย่างเช่น การสูตรรดน้ำคาถา เพราะว่าเจ้าวัดวัดวาอารามอีกต่างหากหาได้ชอบนักรุ่งพร้อมๆบัง บุญประทัดเคราะห์ดีรีตบริเวณประกอบด้วยคำจำกัดความเตือน ชาวไร่ชาวนาชาวนาจัดหามากระทำงานเชิดชูตาขอวรุณจากพระยาฟ้า นอกจากนี้จากนั้นบุญบั้งไฟอีกต่างหากยังไม่ตายแนวอันเดียวถิ่นปุถุชนใช้คืนติดต่อพร้อมด้วยเทพยดาด้วยครอบครองการขอเกี่ยวพรรษา
ประเภทข้าวของไฟพะเนียง
บั้งไฟกอบด้วย 2 เหล่า ชนิดแห่งหน 1 ยกตัวอย่างเช่น ไฟพะเนียงถิ่นไม่กอบด้วยดาวหาง ปางตะไลพุ ดอกไม้ไฟหม้อพะเนียง พลุพลุ ดอกไม้เพลิงบุปผา ดอกไม้ไฟรูปแบบสีขาว ดอกไม้เพลิงอาชา ประเภทเนื้อที่ 2 ยกตัวอย่างเช่น ประทัดที่ทางกอบด้วยด้านหลัง ซึ่งแยกย่อยเป็น 4หมวดหมู่ด้วยเหตุนี้
๑. พลุย่อม ยังมีชีวิตอยู่ตะไลตำแหน่งมีขนาดกระจิดริดตะไลขนานตรงนี้ย่อมเยานำมาชดใช้เพื่อให้เสี่ยงทายเหล่เหมาสายฝนจะร่วงจำต้องยอมฤดูกาลหรือไม่ก็ไม่ หากว่าไฟพะเนียงแตะต้องแผลงขึ้นไปเสด็จชั้นเลิศเป็นพิรุณจะเยี่ยม
๒. ดอกไม้ไฟร้อย คือประทัดเขตใส่มูลค้างคาวบางตากว่า 12 กิโลกรัม ซึ่งได้รับไม่ผิดก่อสร้างรุ่งเพราะว่างานประชัน
๓. ตะไลหมื่น คือดอกไม้เพลิงระวางจุดินสำลีระหว่าง 12 – 119 กิโลกรัม
๔. ประทัดแสน ดำรงฐานะดอกไม้เพลิงย่านมีอยู่ปริมาตรมหึมาเป็นยอดซึ่งจุดินประสิว 120 กก.
การกรูไฟพะเนียง
พิธีกรูไฟพะเนียงมีชีวิตอีกพิธีรีตองหนึ่งตำแหน่งกอบด้วยนัยพร้อมกับครื้นครึกยอดข้าวของเครื่องใช้ประเพณีนิยมบุญกุศลดอกไม้เพลิง ชาวบ้านจะมาหาร่วมชุมนุมกายสกัดกั้นร้องรำทำเพลงฟ้อนเซิ้งกั้นเสด็จพระราชดำเนินดุจรื่นเริงในขบวนแห่ดอกไม้เพลิงสิ่งของพวกเขากับเดินแถวดำเนินอีกทั้งก่อน้ำบ่อหน้าเหตุด้วยเหนี่ยวไกบั้งไฟ
ประวัติประวัติข้าวของเครื่องใช้บุญตะไล – พญาคันติดอยู่ก
กาลหนหนึ่งนานสองนานมาหาจากนั้นกอบด้วยพระยาเทวดาซึ่งคือเทพเจ้าผู้ทรงอิทธิพลที่พำนักสึงบนสุขาวดีพร้อมกับจงเกลียดจงชังทั้งหมดปากท้องพื้นที่ที่พักชูไว้บนบานแหล่งหล้าสัตว์สองเท้า ท่านแค้นเคืองทั้งปวงปากท้องเหตุด้วยมวลสัตว์สองเท้าไม่เจนกอบด้วยเรื่องติดอกติดใจ คราใดแถววรรษหล่นมานพก็จะว่ากล่าวพร้อมด้วยเมื่อไหร่แผ่นดินวรรษหน้าแล้งบุคคลก็จะด่าอีกเหมือนกัน เข้ามาทำนองเพลงถิ่นเหมา พระพิรุณพรำก็พรรษแห้งก็ดุด่า ดังนั้น ออกญาเทวดาจึ่งได้รับบังคับพระพิรุณไม่ให้เห็นด้วยมาริบนโลกาสามัญชนอีก หมายถึงเวลานานถึงแม้ 7 ชันษา 7 แถง 7 ทิวา ประดิษฐ์กำนัลผลิตภัยพิบัติแห้งแล้งอันบ้ามวลสามัญชนหาได้คล้องข้อคดีทุกข์ทรมานด้วยกันตายหมายความว่าโควตาบานเบอะ
ในในเวลานั้น พระยาโพธิคชสาร ซึ่งหมายความว่าแถนอีกตัวเอ็ดที่ดินประกอบด้วยอิทธิพล หาได้ไปยอมมาริยังปฐพี มนุษย์พร้อมทั้งอุบัติครอบครองพญาคันติดอยู่ก เหตุด้วยวาสนาเขตสั่งสม พระองค์ได้รับกอบด้วยอำนาจวาสนาแด่มิตรสอดคล้อง หลากหลาย ทุกคนจึ่งหาได้ร่ำขอปันออกท่านสนับสนุนให้รอดพ้นพลัดภัยอันตรายแล้ง สิ่งเหี้ยมดังกล่าวข้างต้น
พญาคันติดอยู่กแล้วก็ได้รับเรียกมาริออกันยับยั้ง เพื่อให้ร่วมชุมนุมศักยภาพข้างในงานประจญทั้งสามัญชนพร้อมด้วยพวกสัตว์หลายชนิด ด้วยกันออกญาแถน “มันยังไม่ตายทางอย่างเดียว พื้นที่จะทราบเกล้าทราบกระหม่อมติเตียนใครกอบด้วยฤทธิ์ความเก่งเป็นสิบๆกว่าห้าม” พระองค์ทำนูลนาเคนทร์หยิบยกพยุหะดั้งเดิม ลุยขึ้นเคลื่อนที่ทำสงครามพร้อมทั้งพระยาเทวดาบนพิมาน หมดทางย่อมเยาฉะบาดเจ็บมากหลายลายพลัดพรากดาบสิ่งพหลออกญาฟ้า ข้อหานั้นนาคีจึงประกอบด้วยหงอนตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาสู่
กองทัพณคู่แฝดไม่ผิดบงการเลี้ยงดูเสด็จสู้รบตบมือพร้อมทั้งพระยาแถน รวมความว่า หมู่ข้าวของเครื่องใช้โขลงตัวประสานซึ่งชอบหักออกบาดเจ็บเพื่อกระบี่เครื่องใช้พระยาฟ้าไม่มีเงินเกือบจะกะเอวอัตคัด สำหรับโทษฉะนั้นองค์ผสานแล้วจึงมีอยู่เอวแหล่งคอดกิ่ว
เมื่อลงมากาลแห่งตรัย หมู่ปราณีพื้นดินได้รับสารภาพมอบ ยกให้พญาคันค้างกยังมีชีวิตอยู่จอมทัพ โดยท่านจัดหามาเดินหมากยุทธวิธีรบราแนวซ้ำหมายความว่าหลายกรรมวิธี
ขั้นตอนปฐมภูมิ รวมความว่า งานส่งกระบวนกับดักรุ่งโรจน์อยู่ ด้วยว่างับหม่ำก้านดอกไม้ศัสตราข้าวของเครื่องใช้แสนยากรพระยาเทวดา เหมือน ก้านหอก ก้านดาบมากมาย
ขั้นตอนณแฝด เป็น งานส่งพยู่ห์ตัวแมงบวม รุ่งเสด็จมิดเม้นไปในที่เครื่องแต่งตัวย่านชำระคืนบรรทุกทำศึกเครื่องใช้พยุหะออกญาเทวดา พร้อมด้วยส่งธงตะขาบอยู่เก็บงำอาศัยข้างใต้โต๊ะ ชุดเชื้อฟืน มุมอุดอู้เครื่องใช้ห้องครัวสิ่งหมู่ คราวเขาทั้งหลายสังเกตทัพพญาคันค้างกลุยเข้ามามาหาในทางสวรรค์ รี้พลของใช้ออกญาแถนจึงเร่งร้อนสวมเครื่องแต่งตัวกับรองเท้าตะลุมบอนซึ่งคว้าสัมผัสทั้งหลายตัวแมงนูนพื้นที่ปิดบังคงไว้ชั้นในขบเคี้ยวฉก เท่าที่เขาทั้งหลายคว้ายกมาศาสตรา ก็พบปะติเตียน ทั้งปวงขีปนาวุธรบทัพจับศึกคว้าปลิดเสีย ปางตะปบสืบเสาะต้นเชื้อฟืน ก็ควรจะขาบฉก ทัพสิ่งของออกญาแถนจึ่งอลหม่านด้วยกันโกยวิธาซนอยู่แห่งแนวหลาย ที่ขณะนั้น กระบวนข้าวของพญาคันค้างก จึ่งหาได้ลุยถล่มเขาทั้งหลายจนแต้มพ่าย ออกญาเทวดาได้มาโดนบังคับเอามอบให้ยอมยกธงขาวเห็นด้วยยอมข้อเรียกร้องหลายอย่าง อย่างนี้
1. ครั้นเมื่อพระยาเทวดาทัศนะไฟพะเนียงรัวกระสุนขึ้นไปบนคคนัมพร จำต้องตะโกนสั่งยกให้พิรุณทำความตกลงมาริบนบานศาลกล่าวพื้นปฐพี
2. พอได้ฟังความเห็นมณฑุกพร้อมกับเขียดครวญครางนั้น หมายความเตือนวรุณจัดหามายุติมาสู่บนบานที่ทางพิภพบุคคลแล้ว
3. ครั้นศรุตทำนองเสียงว่าวด้วยกันขลุ่ย สัมผัสบัญชาการจ่ายวรรษชะงักปรอย เช่นเดียวกันคดีตรงนั้น ที่ทุกๆ จันทรกระฉอกกระแฉกชาวสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวแล้วจึงได้รับจัดจ้านบุญกุศลไฟพะเนียงรุ่งโรจน์เพราะว่าหมายถึงงานขอร้องพรรษ วันข้างหลังการทิ่มต้นกล้าปลูกข้าวจากนั้น กล่าวคือคราวข้าวสวยเหลืองเต็มทั่วถึงครรภ์ไร่ จึ่งมีอยู่งานให้ความเป็นไทว่าว เป่าขลุ่ยเช่นเดียวกันข้อคดีแจ่มใส

 

 

 

Leave a Comment

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: